Featured

CD4 คืออะไร?

ค่า CD4 คืออะไร?

CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า TH CELL ในเบื้องต้นแบ่งเป็น 4 ชนิด TH1, TH2, TH17, TREG. มีหน้าที่คอยเป็นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเมื่อร่างกายแข็งแรงจะมีเซลล์ชนิดนี้เป็นจำนวนมาก ไว้คอยต่อสู้และควบคุมหลังจากร่างกายได้รับเชื้อโรคต่างๆเข้าไป.

คนปกติที่มีสุขภาพแข็งแรงจะมีค่า CD4 อยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1600 เซลล์ต่อเลือด 1 ลบ มม. ซึ่งผู้ที่มีค่า cd4 อยู่ในระดับนี้จะสามารถสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ร่างกายรับเข้าไปได้. หรือเรียกได้ว่ายิ่งมีค่า cd4 เยอะในระดับที่เหมาะสมก็จะหมายถึงร่างกายที่แข็งแรงสามารถต้านทานเชื้อโรคทั่วไปได้อย่างไม่มีปัญหา

Cd4 คืออะไร
ส่วนประกอบของ Cd4

ค่า CD4 ของคนปกติ อยู่ที่เท่าไร?

คนที่สุขภาพแข็งแรง ค่า cd4 จะอยู่ที่ 600 ขึ้นไป โดยจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติระหว่าง 4,500 ถึง 10,000 เม็ดเลือดขาว หรือ wbc white blood cell ต่อไมโครลิตร ค่า cd4 ปกติอยู่ที่ประมาณ 600 ขึ้นไป


CD4 สำคัญอย่างไรกับผู้ติดเชื้อ HIV?

ในการติดเชื้อเอชไอวีมีเพียงประมาณ 5-10% ของเซลล์ภูมิคุ้มกัน CD4 ที่ตายจากเชื้อเอชไอวี ส่วนที่เหลือ 90-95% ที่ตายแล้ว ไม่ติดเชื้อ จะเห็นได้ว่าการที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน เกิดจากจำนวน cd4 ที่ลดลง มากกว่าปัญหาจากจำนวนเซล HIV ที่ติดเชื้อมีมากขึ้น


ภาวะ cd4 หรือเม็ดเลือดขาวต่ำคืออย่างไร?

ในผู้ที่มีเม็ดเลือดขาวอยู๋ที่ 3,500 หรือน้อยกว่านั้นอาจเรียกได้ว่ามี white blood cell ต่ำเรียกว่า neutropenia แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเสมอไป ต้องประกอบกับสถานการณ์อื่นๆของผู้ป่วย

ผู้ที่มีเม็ดเลือดขาว น้อยกว่า 1000 หรือ cd4 น้อยกว่า 600 มักจะถือว่าต่ำเกินไปและบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ร้ายแรง หรือที่เราเรียกว่าเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เมื่อร่างกายอ่อนแอสามารถติดเชื้อต่างๆได้ง่ายกว่า


 

คอยสังเกตุอาการภูมิคุ้มกันต่ำ เสริมจากการตรวจเลือด

นอกเหนือไปจากการตรวจเลือด การแสดงและสังเกตอาการ หรืออาการอื่น ๆ ของผู้ที่มี เม็ดเลือดขาวต่ำ อาจรวมถึงการติดเชื้อเดิมซ้ำๆ แบบเรื้อรัง หรือ อาการที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาการต่อไปนี้แสดงถึงความจำเป็นในการรักษาพยาบาลทันที ได้แก่ ไข้เหลืองบวม โหนดเจ็บคอและแผลที่ผิวหนัง

รับชมวีดีโอ เกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสู้กับเชื้อ HIV โดยการเพิ่ม CD4 และ TH17 ให้กับร่างกายทำให้ร่างกาย สามารถรักษาเชื้อ HIV และคืนคุณภาพชีวิจที่ดีให้กับผู้ป่วยโรคเอดส์

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ไม่ได้รับการรักษา เชื้อ hiv เพิ่มขึ้นสูงมาก เชื้อเอชไอวีจะทำลาย t cell และเชื้อจะขยายไปทั่วร่างกายและในกระแสเลือด และขยายพันธุ์เป็นจำนวนมาก ทำให้ร่างกายเรามีเซลที่แข็งแรงน้อยลงโดยเฉพาะ CD4

ปรากฎว่าในการติดเชื้อเอชไอวีมีเพียงประมาณ 5-10% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ตายโดยสิ้นเชิงเท่านั้นที่ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนที่เหลือ 90-95% ที่ตายแล้ว ไม่ติดเชื้อ จะเห็นได้ว่าการที่ร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกัน เกิดจากจำนวน cd4 ที่ลดลง มากกว่าปัญหาจากจำนวนเซลที่ติดเชื้อมีมากขึ้น

ทำไมต้องเพิ่ม CD4 อย่างรวดเร็ว

จากงานวิจัยต่างๆของ องค์การอนามัยโลก WHO และผู้เชี่ยวชาญทางด้าน HIV ต่างเห็นตรงกันว่าการที่ร่างกายมีการเพิ่ม CD4 สูงขึ้น มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วยและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย มากกว่าจำนวนเชื้อ HIV ที่ลดลงเนื่องจากเมื่อผู้ป่วยมีค่า CD4 เพิ่มสูงขึ้นจะสามารถเป็นภูมิคุ้มกันให้ผู้ป่วยไม่ต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆ

AIDS ในระยะสุดท้าย เมื่อเป็นขั้นสุดท้ายของการติดเชื้อHIV ภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถป้องกันและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้แล้ว ผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคฉกฉวยโอกาส (เช่น ทีบี (วัณโรค) ท้องร่วงเรื้อรัง หวัดเรื้อรัง ปอดบวม ลิ้นเป็นฝ้า ผื่นคันตามตัวฯลฯ)

ในผลการทดลองของงานวิจัย APCO พบว่า CD4 เพิ่มขึ้นในทุกสถาณการณ์

รับชมวีดีโอ ของผู้ป่วยที่ใช้ APCO ได้รับการพิสูจน์อย่างมีนัยสำคัญ เรื่องการเพิ่ม cd4 อย่างมีนัยสำคัญและลดผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสได้ การใช้ APCO CAP เสมือนการสร้างวัคซีนให้กับตัวเอง เพื่อจัดการกับเชื้อ HIV

ผลิตภัณฑ์สามารถใช้ร่วมกันได้ดีกับยาต้านไวรัส

ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยาต้านไวรัส และกำลังมีปัญหากับเชื้อฉวยโอกาส รับประทาน apco 4 แคปซูล ต่อวันเป็นเวลา 1 ปี ผลลัพธ์ที่ได้คือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทุกรายที่ติดเชื้อฉวยโอกาสเช่นวัณโรคการติดเชื้อไวรัสและโรคปอดบวมที่แก้ไขให้ทุกคนใน กลุ่มที่ผ่านการทดสอบมีการเพิ่มขึ้นของค่า cd4 โดยเฉลี่ย 67.34 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ จากยาต้านไวรัส

Cd4 for healthy life
Cd4 for healthy life

อาการของโรค AIDS

อาการที่สังเกตุได้ง่ายของโรคเอดส์

ผู้ติดเชื้อ hiv หรือโรค เอดส์ จะมีอาการเหนื่อยตลอดเวลา และน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นอาการเบื้องต้นทีสังเกตุได้ง่ายมากๆ เช่น หายใจถี่ๆและเร็ว ท้องเสียติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 10 วัน

อาการของโรคเอดส์แบ่งได้เป็น 3 ระยะถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือดูแลอย่างถูกต้อง และอาการจะทรุดลงเรื่อยๆจนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายล้มเหลว

อาการเบื้องต้นของโรคเอดส์จากการติดเชื้อ HIV

ผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ hiv ในระยะแรก จะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา ส่วนมากจะไม่รู้ตัวนอกจากจะ ทราบด้วยตัวเองว่ามีความเสี่ยงจากการติดเชื้ออย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามหลังจากการติดเชื้อสักระยะหนึ่งผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการเบื้องต้นของโรคเอดส์ คือ หลังจากร่างกายได้รับเชื้อประมาณ 2-6 สัปดาห์ หรือเรียกว่าระยะ ARS acute retroviral syndome. โดยอาการเบื้องต้นจะคล้ายกับผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วไป แสดงอาการประมาณ 1-2 สัปดาห์และหายไป เช่น

  • ปวดหัว
  • ท้องเสีย
  • เวียนหัว คลื่นไส้
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • เจ็บคอมาก
  • มีผื่นแดง แต่ไม่มีอาการคันตามร่างกาย
จากผู้ป่วยAIDS ที่ทดลองงานวิจัย APCO จนมาเป็นผู้ที่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำอย่างไรถ้ามีความเสี่ยงติดเชื้อ HIV AIDS

หากรู้ตัวว่ามีความเสี่ยงในการติด HIV AIDS เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ถูกกระทำชำเรา หรือ โดนเข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด สามารถพบแพทย์ เพื่อรับยาต้านไวรัสฉุกเฉิน ภายใน 72 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้ โดยจะมีผลข้างเคียงกับร่างกายหลังได้รับยาต้านไวรัส เมื่อใช้ยาต้านไวรัสไปสักระยะหนึ่งอาจก่อให้เกิดการดื้อยาขึ้นมาไสด้ เนืองจากในกระบวนการแบ่งตัวของเชื้อ AIDS ไวรัส HIV มีโอกาสที่เชื้อตัวใหม่มีลักษณะที่ผิดเพี้ยนไปจากเชื้อตัวเดิม ยาต้านไวรัสเดิมที่เคยใช้อยู่จึงไม่มีผล มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นยาต้านไวรัส ARV ชนิดใหม่ ไปเรื่อย ๆ

อาการโรคเอดส์ระยะที่สอง

หลังจากผ่านช่วงเริ่มต้นของการติดเชื้อ HIV ร่างกายจะไม่แสดงอาการเหมือนช่วงแรก โดยอาการทีเคยเป็นมาจะหายไปเหมือนปกติ ช่วงนี้ผู้ป่วยจะไม่ทราบว่าร่างกายติดเชื้อแล้วและสามารถแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้ โดยศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า clinical latent period หรือ asymptomatic. ในบางรายอาจใช้เวลานานอีกเป็น 10 ปีกว่าจะแสดงอาการอีก

ในช่วงนี้เชื้อ hiv จะเริ่มทำลาย cd4 และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยสามารถตรวจนับ cd4 ในร่างกายได้ผ่านการตรวจเลือด ในระหว่างที่ cd4 ลดลง ร่างกายจะอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ

การได้รับยาต้านไวรัสหรือการเพิ่มcd4 จะช่วยให้ร่างกายสามารถสู้กับเชื้อAIDS และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น บางครั้งสามารถหยุดการเจริญของเชื้อ hivไปสู่ระยะถัดไปได้

อาการต่างๆของผู้ป่วยโรคเอดส์

อาการโรคเอดส์ระยะวิกฤต

ระยะนี้คือระยะที่ cd4 ในร่างกายเริ่มต่ำลงมาก อาจอยู่ในระยะน้อยกว่า 200 ซึ่งอันตรายมาก เริ่มมีการติดเชื้อแทรกซ้อน มีอาการชัดเจนสามารถสังเกตุได้จากภายนอก ผิวหนังเริ่มผิดปกติ เริ่มมีอาการเกี่ยวกับปอด ภาวะภูมิคุ้มกันล้มเหลวอย่างรุนแรง

เอดส์รู้ไวรักษาได้

ผู้ติดเชื้อทีไม่ได้รับการดูแล หรือไม่ทำการรักษา การรักษาอาการผู้ติดเชื้อ HIV คือ ฆ่าเชื้อ HIV จนหมดสิ้น และเพิ่ม CD4 ให้มีระดับปกติ โดยเฉพาะการเพิ่ม Th17 โดยสถิติจะใช้ชีวิตได้เพียง 3 ปีเท่านั้น แต่ผู้ที่ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีชีวิตอยู่ได้อย่างยาวนาน

งานวิจัย APCO CAP เพิ่ม cd4 ในผู้ป่วย AIDS HIV
งานวิจัย APCO CAP เพิ่ม cd4 ในผู้ป่วย AIDS HIV

การทำลาย CD4 ของเชื้อ HIV

เพิ่ม cd4

ไวรัส HIV เข้าสู่ร่างกายแล้วจะเจาะเข้าไปในเม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกัน คือ CD4 (Th1+Th2+Th17+Treg + Th cell อื่นๆ + macrophages + monocytes + dendritic cells) แล้วค่อยๆ ทำลายเม็ดเลือดขาวนั้นก่อนที่จะแพร่ออกไปยัง CD4 เซลล์ใหม่ เหตุที่ HIV ซ่อนตัวอยุ่ในเม็ดเลือดขาวจึงทำให้การฆ่าเชื้อ HIV ทำได้ยาก ผู้ติดเชื้อจึงมีโอกาสหายน้อยมาก

ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้ายกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหมือนได้ชีวิตกลับคืนมา ขอบคุณงานวิจัย APCO Cap
#เหลือเชื่อ ผู้ป่วยเอดส์ระยะสุดท้าย กลับมีคุณภาพชีวิตเป็นปกติ

HIV AIDS รักษาได้ไหม

ตามนิยามขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO โรคเอดส์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ AIDS หรือความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฉะนั้นเมื่อร่างกายได้รับเชื้อเอดส์ จะทำให้ร่างกายอ่อนแอและไม่สามารถสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆหรือที่เราเรียกว่าโรคฉวยโอกาส ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการได้รับเชื้อฉวยโอกาสต่างๆ ซึ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย

AIDS รักษาได้ไหม?

ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากพยายามค้นพบวิธีจัดการกับโรคเอดส์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ไทย สามารถคิดค้นนวัตกรรมในการควบคุมโรคเอดส์ให้อยู่ในภาวะสงบหรือ functional cure ได้ โดยผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับนวัตกรรมพบว่ามี CD4 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญและบางรายมี Viral load เป็นศูนย์ หรือตรวจไม่พบเชื้อแล้ว ซึ่งคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อดีขึ้นมาก

รับชมวีดีโอ การควบคุมการโรคเอดส์ ให้อยู่ในภาวะสงบ ทำให้ผู้ป่วย AIDS ไวรัส HIV สามารถใช้ชีวิตได้แบบคนปกติ เนื่องจากเชื้อ HIV ถูกควบคุมไม่แสดงอาการว่าเป็นผู้ติดเชื้อ ตรวจ Viral load บางรายจะมีค่าต่ำมากๆ หรือไม่พบเชื้อเลยการทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้นเหมือนคนปกติด้วยวิธีการ Functional cure
Functional cure HIV คืออะไร?

เชื้อ HIV โรค เอดส์ ติดต่อได้อย่างไร

โรคเอดส์ติดต่อทางกระแสเลือดโดยติดต่อจากผู้ติดเชื้อไปได้หลายทาง เช่น

1. ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธี

2. ผ่านทางกระแสเลือดหรือการได้รับเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ

3. การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

4. ติดต่อจากแม่ที่ได้รับเชื้อผ่านสู่ทารกในครรถ์

โรคเอดส์แพร่ระบาดในรูปแบบระบาดรุนแรง ในเอเชียและในประเทศตะวันตก เป็นเพราะการปฏิบัติทางเพศที่ไม่พึงปรารถนาสามีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในประเทศของเราได้มีการตรวจพบเอดส์บางกรณีซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ไม่มียาหรือวัคซีนใดที่ได้รับการพัฒนาจนสามารถป้องกันหรือรักษาโรคเอดส์ได้ แต่ผู้ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากรู้วิธีดูแลภูมิคุ้มกันตัวเอง ปรับภูมิร่างกายให้สมดุล และรักษาระดับ CD4 ในร่างกายให้สูงไว้

ใช้ชีวิตให้มีความสุข Liv e happily with HIV

กระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้าง cd4 เซลล์
กระตุ้นภูมิคุ้มกันสร้าง cd4 เซลล์

รักษาผู้ติดเชื้อ HIV AIDS ตามแนวทางองค์การอนามัยโลก

ตามแนวทางของ องค์การอนามัยโลกหรือ WHO การรักษาระดับและ เพิ่ม cd4 รวมทั้งดูแลร่างกายให้เหมาะสม ผู้ติดเชื้อ HIV สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข แนวทางของ WHO เน้นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเอดส์ โดยนักวิจัยของบริษัท APCO ได้นำแนวทางนี้มาทำการวิจัยจนค้นพบนวัตกรรม APCO ที่สามารถช่วยเพิ่มระดับ CD4 ตามที่ได้แนะนำ และผลลัพท์ในการลด Viral load ที่ออกมาอย่างน่าประทับใจ

ในวีดีโอต่อไปนี้ เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ต่อโรคเอดส์ในงานแสดงนวัตกรรมของไทย

APCOcap จัดการกับ HIV ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก

งานวิจัยที่ได้รับรางวัลในระดับประเทศ ถึงแม้จะไม่สามารถประกาศว่าโรคเอดส์รักษาได้ แต่ผลลัพท์ที่ได้คงจะพอเป็นเครื่องพิสูจน์ให้นานาชาติได้รับรู้

APCO คืออะไร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากส่วนผสมของ GM 1 และ polysaccharides ในมังคุดโดยใช้ น้ำผลไม้ Centella Asiatica ซึ่งเป็นโปรตีนที่ได้จากถั่วเหลืองสกัด

เข้าใจร่างกายหลังติดเชื้อ HIV

เมื่อมีการติดเชื้อเอชไอวี ไวรัสจะแทรกซึมเข้าไป ในเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่เรียกว่า cd4 ซึ่งมีหน้าที่ในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันไวรัส แล้วเชื้อจะทำลายเซลล์ cd4 เหล่านั้นและเคลื่อนย้ายไปทำลายเซลล์อื่น ๆ

เชื้อไวรัส HIV ที่ติดในเซลล์เม็ดเลือดขาวยากต่อการตรวจหา เพราะเชื้อจะซ่อนอยู่ในเซลล์เม็ดเลือดขาวเอง เลยเป็นการยากที่จะแยกประเภทเซลล์เม็ดเลือดขาวแล้วกำจัดเฉพาะไวรัส

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ไม่ตายจากเชื้อเอชไอวี แต่เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงทำให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะติดเชื้อฉวยโอกาสจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสอื่น ๆ

การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV

ในปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวนมากได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส โดยยาต้านไวรัสเอชไอวีก็มีข้อจำกัดบางอย่าง ยาต้านไวรัสไม่สามารถเลือกจะกำจัดเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ติดเชื้อ HIV ทำให้ต้องมีการซ่อมแซมระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยในภายหลัง

การใช้ยาต้านไวรัสHIV

ยาต้านไวรัสยังสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆกับผู้ใช้ เช่น อาการคลื่นไส้ มีไข้ ผื่น หรือแพ้อย่างรุนแรง

ผู้ป่วยที่ใช้ APCO  ได้รับการพิสูจน์อย่างมีนัยสำคัญ เรื่องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของจำนวน cd4 และลดผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสได้

ในปี 2012 พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ สามารถเอาชนะ โดยไวรัสเอชไอวี ลดลงร้อยละ 17 ตามผลการวิจัย และมีการเพิ่มขึ้นเซลล์ th17 สามารถช่วยควบคุมการแพร่กระจายของเอชไอวี

การวิจัยอื่นที่ได้ดำเนินการพบว่าถ้าร่างกายมีเซลล์ th17 เพียงพอเซลล์เหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนวัคซีนสำหรับร่างกายต่อต้านเอชไอวี

“คณะวิจัย APCO พบว่า ประสิทธิภาพจากผลไม้ไทยๆ โดยเฉพาะราชินีผลไม้อย่างมังคุด มีส่วนช่วยให้ CD4 ในผู้ติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกัน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ” ศ.ดร.พิเชษฐ์

ข้อแตกต่างของงานวิจัย Apco กับ ยาต้านไวรัส

APCO  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีต้นกำเนิดมาจากงานวิจัยที่ทำภายใต้การกำกับดูแลของ ศาสตราจารย์ดร. พิเชษฐ์ และได้รับการตอบรับโดยทีมงานวิจัยของ บริษัท APCO Phytoceutical Public Company Limited ซึ่งเป็น บริษัท ที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพืชธรรมชาติและสารสกัดจากพฤกษชาติมานานกว่า 37 ปี

ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของ ผลิตภัณฑ์ที่ทำในเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เปิดเผยว่าอาสาสมัครมีสุขภาพดีหลังได้รับผลิตภัณฑ์แคปซูล 4 เม็ด ต่อวันเป็นเวลา 15 วัน และพบว่าการเพิ่มขึ้นของ th 1 และ 9 ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

เพื่อช่วยในการควบคุมไวรัสเอชไอวีโดยการเพิ่ม CD4 และลดปริมาณไวรัสเอชไอวี

งานวิจัย APCO CAP เพิ่ม cd4 ในผู้ป่วย AIDS HIV

ผลการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า GM1 ที่ได้รับสารสกัดจากมังคุดที่ใช้ในแคปซูล ยับยั้งเอนไซม์ transcriptase และเอนไซม์โปรตีเอสที่เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการจำลองแบบของไวรัส อาสาสมัครที่ติดเชื้อเอชไอวีโดย ดร. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลของเนปาล Katana Ponpon MD กล่าวว่า จำนวนเม็ดเลือดขาว cd4 ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากได้รับแคปซูล ทุกวันเป็น เวลาสามถึงหกเดือน

ผลงานวิจัยของ APCO พบว่า สารสกัดที่วิจัยได้สามารถกระตุ้นการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 Lymphocytes ในผู้ติดเชื้อ HIV หลังจากกิน APCO ติดต่อกัน 6-9 เดือน

ทาง livapco ได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับ วิธีทาน capsule ไว้ให้สามารถอ่านได้ พร้อมทำแผนผังการทานให้เข้าใจได้ง่าย

ยาที่ให้ผลดีเหมือนงานวิจัยApco

ปัจจุบันยาที่สามารถเพิ่ม CD4 Lymphocytes ในระดับเดียวกันกับงานวิจัย APCO คือ Interleukin2 ซึ่งเป็นยาฉีดที่มีราคาสูงหากใช้อย่างต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ จะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะยาราว 700,000 บาท เทียบกับราคางานวิจัย APCO ปีละ 25,000-50,000 บาท (4-9 แคปซูล/วัน) ที่นอกจากจะเพิ่ม CD4 Lymphocytes แล้วยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากจากภูมิคุ้มกันที่สมดุลอีกด้วย ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างชัดเจน

ข่าวดีของการวิจัยเรื่องเกี่ยวกับ T Cell

เราได้ขยายความเข้มข้นของมังคุดถั่วเหลืองงาและ apricot เป็น (APCO Capsule *) เพื่อสร้างความสามารถในการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ T ในร่างกายซึ่งรับผิดชอบในการดูแลเซลล์มะเร็ง มีอะไรเพิ่มเติมพยายามสำหรับคงกระพัน อาสาสมัครทาน 4 แคปซูล / วันเป็นเวลา 15 วัน ตามที่ปรากฏในร่าง APCO กรณี * (ใช้เครื่องหมายสีเขียว) leukocyte Th1 ขยายหลายครั้ง Th9 ขยายตัวหลายครั้งและ Th17 ขยาย 5 หลัก (Th เหล่านี้เป็นเกล็ดสีขาว)

เมื่อถึงจุดที่มีการ invigierable กรอบสำคัญคือความต้านทาน มันจะเป็น T-killer ที่มีอยู่ในร่างกายเพื่อยกระดับความสามารถในการปนเปื้อนสิ่งมีชีวิตจุลินทรีย์การติดเชื้อเนื้องอกและโรค ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นนี่คือสถานการณ์ อีกองค์ประกอบหนึ่งในการดูแลเซลล์ในร่างกาย

 

5 อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน

5 อันดับอาหารธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับคุณ

กระเทียมที่ฉุนมากที่สุด

ในกระเทียมมีสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน Eliason ซึ่งส่งเสริมกิจกรรมของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อทำลายไวรัสหวัดและไข้หวัดใหญ่นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ที่ต่อสู้เชื้อไวรัสเชื้อราและแบคทีเรียฆ่ากระเทียมที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียง 100% Rhinos Virus มนุษย์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหวัดไข้หวัดใหญ่และไวรัสในระบบทางเดินหายใจเนื่องจากใบปลิวถูกปล่อยออกมาเมื่อคุณตัดเคี้ยวหมูหรือบดกานพลูให้กระเทียมสดสับประมาณ 10 นาทีแล้วปรุงอาหารให้โรยลงบนอาหารที่ใส่ลงในซุปหรือกลืนลงไป ของกระเทียมกับน้ำบางอย่างเช่นยาคุณยังสามารถวางกานพลูของกระเทียมลงในน้ำผึ้งบางและกลืนมันทันทีสำหรับขนาดอย่างรวดเร็วที่รสนิยม

หัวหอม เพิ่มภูมิคุ้มกัน

หัวหอมก็มีคุณค่าดีเช่นกระเทียม

มีบางอย่างเกี่ยวกับสารอาหารในหัวหอมของคุณ และหน้าอกในขณะที่การส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของคุณเพิ่มความเผ็ดของหัวหอมเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของคุณและทำให้คุณเหงื่อ ซึ่งเป็นประโยชน์ในช่วงอากาศหนาวเย็นเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ใช้หัวหอมดิบภายในไม่กี่ชั่วโมงจากอาการแรกของโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง การสับหัวหอมลงในซุปที่คุณชื่นชอบหรือสูตรสุกเป็นวิธีที่ดีที่จะสนุกกับพวกเขาก็อาจ เสียงเล็กน้อยแปลก แต่วางครึ่งหัวหอมในห้องนอนของคุณในขณะที่คุณนอนหลับสามารถช่วยดูดซับบางส่วนของแบคทีเรียหมุนเวียนและอาจช่วยลดอาการของขิงเย็นรสขมฉุนและอร่อยของคุณลดไข้บรรเทาอาการเจ็บคอและกระตุ้นให้ไอไปลบเมือกจาก หน้าอก

ขิงที่เผ็ดร้อน

ขิงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและเปิด sinuses ของคุณการไหลเวียนที่ดีขึ้นหมายถึงออกซิเจนมากขึ้นคือการเดินทางไปยังเนื้อเยื่อของคุณเพื่อช่วยขจัดสารพิษและการวิจัยไวรัสได้ชี้ให้เห็นว่าขิงสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคไข้หวัด ขิงยังเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับอาการคลื่นไส้ท้อง lickers และปวดศีรษะถ้าคุณรู้สึกเจ็บป่วยเล็กน้อย

ชาขิงโฮมเมด

เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถดื่มชิ้นรากขิงบางสดวางไว้ในหม้อกับน้ำและนำไปต้มแล้ววางในบิตของน้ำมะนาวหรือ kN ซึ่งจะทำให้ชาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการบำรุงและ ทำความสะอาดระบบของคุณ KN ครอบครัว KN ของพริกร้อน KN habanero สก๊อตหมวกและพริกนกเพื่อชื่อไม่กี่ที่มีพริกที่อุดมไปด้วยวิตามิน C และ vo flavonoids ที่โกนระบบภูมิคุ้มกันของคุณในการต่อสู้โรคหวัดและ flus มันไม่นี้โดยการเพิ่มการผลิตของ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำความสะอาดเซลล์และเนื้อเยื่อของสารพิษ Pepa ยังเต็มไปด้วย beta-carotene และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของคุณและช่วยสร้างเนื้อเยื่อเมือกที่มีสุขภาพดีซึ่งช่วยป้องกันไวรัสและแบคทีเรีย

น้ำมะนาวช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันสมดุลเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีและสามารถกรอง carotenoids 6 ชนิดออกจาก 600 ชนิดที่พบในเนื้อเยื่อมนุษย์และโดยสควอชและเทพอื่น ๆ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่างๆปกป้องดวงตาและผิวหนังจากผลกระทบของแสงอัลตราไวโอเลตและป้องกันโรคหัวใจหนึ่งของพวกเขา alpha carotene ช่วยชะลอกระบวนการ aging สควอช butternut เป็นแหล่งที่แข็งแกร่งของสารอาหารเหล่านี้ แต่คุณยังสามารถลอง con ฮับบาร์ด delicata calabaza และ spaghetti สควอชผลไม้ส้มเพิ่มบิตของส้มในอาหารของคุณไปทางยาวต่อ fending ปิดเย็นหรือไข้หวัดของคุณต่อไปที่เต็มไปด้วยวิตามินซีส้มและ

Grapefruits

ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อร่างกายของคุณกับผู้รุกรานที่น่ารังเกียจวิธีที่ดีที่สุดเพื่อสนุกกับผลไม้เช่นมะนาวคือ ที่จะกินพวกเขาทั้งมิฉะนั้นคุณสามารถทำน้ำผลไม้สดด้วยตัวคุณเองอยู่ห่างจากสิ่งที่ทำไว้ล่วงหน้าในกล่องหรือในส่วนตู้แช่แข็งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของคุณ n

ถั่วเขียวเป็นแหล่งที่มีศักยภาพของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่าโพลีฟีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบางการศึกษาพบว่า catechins สามารถทำลายไข้หวัดใหญ่และไวรัสไข้หวัดใหญ่จิบชาร้อนสีเขียวเมื่อคุณรู้สึกภายใต้สภาพอากาศจริงๆสามารถช่วยให้คุณมีชีวิตอยู่ ลองอีกครั้งลองเพิ่มน้ำผึ้งหรือมะนาวที่จะเหวี่ยงเห็ดลงมาได้หลายศตวรรษผู้คนทั่วโลกหันมาหาเห็ดเพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นปัจจุบัน

ข่าวน่าสนใจฉลองวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม

แอนติบอดี้ของโรค Crohns ใช้ได้ผลกับ HIV

เป็นสิ่งที่น่าแปลกที่มันมาจากการศึกษาในลิง เกี่ยวกับแอนติบอดีที่ใช้ในการรักษา โรค Crohns หรือ ความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและทางเดินอาหารบวม

นักวิจัยใน Bethesda Maryland ใช้ขั้นตอนที่ใกล้ชิดเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรักษาโรค Aids เอชไอวีของพวกเขา ในการตรวจสอบโดยไม่ต้องใช้ยาหนักและฆ่าเชื้อไวรัส รวมถึงการศึกษาผลข้างเคียงในช่วงเริ่มต้นของการทดสอบ

Towards an HIV Vaccine: A Scientific Journey – Dr. Anthony S. Fauci, M.D.

การรักษาเชื้อ HIV แบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพจะทำให้เอชไอวีลดลงอย่างยั่งยืน

การศึกษาออกมาจากห้องปฏิบัติการของ ดร. Anthony Falchi ผู้ซึ่งถูกยกย่องจากความก้าวหน้าด้านการรักษาเอชไอวีอันน่าทึ่งที่สุดในด้านวิทยาศาสตร์ หลังจากถูกพบในผู้ป่วยที่มีการทดลองของทางคลินิก Manny Baez นวัตกรรมและการค้นพบที่เยี่ยมยอดในครั้งนี้จะสามารถ ลดการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อ HIV ได้ในอนาคต

อาหารเพิ่ม cd4 ในชีวิตประจำวัน

การทาน อาหารเพิ่ม cd4 หรือเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ผลิตในไขกระดูก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส หากถามถึงวิธีการเพิ่มเม็ดเลือดขาว cd4 wbc แบบธรรมชาติ

อ่านเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ CD4 คืออะไร

สิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆในชีวิตประจำวัน คงไม่พ้นการเลือกทานของที่มีประโยชน์ที่ที่ช่วยเสริมการเพิ่ม cd4 โดยตรง

ผลไม้ตระกูลส้มอาหารเพิ่ม cd4 ปรับภูมิคุ้มกันสมดุล

ส้มมี วิตามินซี คือ กุญแจสำคัญในการต่อสู้กับการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว หรือผลไม้เช่นมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี และง่ายที่จะเพิ่มลงไปในอาหารประจำวัน

มันเป็นซูเปอร์ฟู๊ดที่มีแร่ธาตุและวิตามินมากมาย เต็มไปด้วยวิตามินอี ซี และสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก

เพิ่ม cd4 ด้วยการทานผัก

ผักต่างๆเป็นหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดที่คุณควรวางบนโต๊ะอาหารค่ำ เพียงแค่พยายามปรุงรส หรือผ่านกรรมวิธีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือดียิ่งกว่านี้ถ้ากินมันดิบๆไปเลย นี่เป็นเพียงหนึ่งในเคล็ดลับที่ดีที่สุด ในการเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวตามธรรมชาติที่ไม่ควรมองข้าม

อาหารเพิ่ม cd4 ประเภทโยเกิร์ต

โยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่เป็นมิตรและมีประโยชน์ดีต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาวพยายามบริโภคอย่างน้อยหนึ่งถ้วย หรือประมาณ 200 กรัม – 250 กรัมต่อวัน การบริโภคโยเกิร์ตไขมันต่ำเป็นประจำ จะช่วยเพิ่มการผลิตของเซลล์เม็ดเลือดขาวอย่างมีนัยสำคัญ

เพื่อการปรับปรุงรสชาติ คุณยังสามารถเพิ่มบางราสเบอร์รี่บลูเบอร์รี่หรือสตรอเบอร์รี่ ไปในชามโยเกิร์ตถ้วยเล็กๆ

มะละกอผลไม้บ้านๆปรับภูมิสมดุล

มะละกอเป็นผลไม้อีกชนิดที่มีวิตามินซีและยังมีเอนไซม์ย่อยอาหารหรือของเสียที่เกิดจากการอักเสบภายในร่างกาย ผลไม้ชนิดนี้มีปริมาณที่เหมาะสมของวิตามินบี โพแทสเซียม และโฟเลต ซึ่งมีประโยชน์ สุขภาพโดยรวม นี้เป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเกี่ยวกับวิธีการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวตามธรรมชาติ ควรพยายามกินมะละกอมากขึ้นในอาหารประจำวันของคุณ

วิตามินดี 4 โอเมก้า 3

กรดไขมัน กระตุ้นกระดูกหัวใจ ให้การทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า phagocytes กับกรดไขมันโอเมก้า 3 จะทำให้ร่างกายสามารถที่จะต่อสู้กับการติดเชื้อ และรักษาปริมาณเลือดขาวปกติด้วยแหล่งอาหารต่างๆ เช่น ปลาแซลมอน วอลนัทและ flaxseed ในอาหารประจำวันของคุณ

สังกะสีสักหน่อย

สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ความสำคัญสำหรับการผลิตเม็ดเลือดขาว ที่ใช้ต่อสู้กับการติดเชื้อ

สังกะสียังช่วยเพิ่มจำนวนของเซลล์นักฆ่า Killer T cell และช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวที่จะปล่อยแอนติบอดีเพิ่มเติม ในการการศึกษาแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสังกะสีช่วยชะลอการเติบโตของโรคมะเร็งและเพิ่มจำนวนเซลล์นักฆ่า Killer T cell

คุณสามารถได้รับของสังกะสีของคุณจากอาหาร 15 ถึง 25 มิลลิกรัมก็เพียงพอ สำหรับคนส่วนใหญ่

กินถั่วเพิ่มขึ้น

เมล็ดพีชอุดมไปด้วยวิตามินอี เพราะวิตามินอีช่วยในการผลิตเม็ดเลือดขาว นอกเหนือจากการกระตุ้นการผลิตของเซลล์เม็ดเลือดขาว วิตามิน E ช่วยเพิ่มการผลิตเซลล์ b ซึ่งเป็นเซลล์จากระบบภูมิคุ้มกันที่ผลิตแอนติบอดี ฆ่าสิ่งแปลกปลอมเช่น แบคทีเรีย

อัลมอนด์ ถั่วลิสง ดอกคำฝอย วอลนัท ถั่วเฮเซลนัทบราซิล และเมล็ดทานตะวันเป็นแหล่งของวิตามินอีที่ดี

ซีลีเนียม

ซีลีเนียมที่อุดมไปในอาหาร ซีลีเนียมสามารถช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวของคุณตามมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ศูนย์การแพทย์และการศึกษาอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าซีลีเนียมตัวเองสามารถช่วยต่อสู้จากการติดเชื้อ

ในงานวิจัย แสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้สูงอายุที่ทั้งเสริมซีลีเนียมและสังกะสี ระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาตอบสนองต่อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ดีกว่า

แค่ทานกระเทียม

เพียงกระเทียมเท่านั้นที่มีประโยชน์มากในการเพิ่มการผลิตของเซลล์เม็ดเลือดขาว คุณสามารถกินกระเทียมทั้งดิบหรือปรุงสุก เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวนับ แต่ยังเสริมสร้างเซลล์ที่มีอยู่ของคุณ วิตามิน C หนึ่งในวิตามินในกระเทียมที่จะปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของคุณในระยะเวลาอันสั้นมีการวิจัยเพิ่มเติมทำ ผลของวิตามินซีและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมากกว่าวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ ที่มีอยู่ในวิตามินซี

ภูมิสมดุลคืออะไร

ภูมิสมดุล คือการที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันในระดับที่เหมาะสม ไม่มากไปหรือน้อยไป เปรียบเสมือนการเดินทางสายกลางมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี

ภูมิคุ้มกันกับมนุษย์เป็นของคู่กันมาตั้งแต่กำเนิด ทว่ามีน้อยคนเหลือเกินที่จะเข้าใจศึกษาวิจัยเรื่องภูมิคุ้มกันได้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจว่ามีการทำงานอย่างไรและอะไรทำให้เกิดโรค

สร้างภูมิคุ้มกัน HIV ด้วย TH17

ภูมิคุ้มกันที่สมดุลขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่อย่างสมดุลของเม็ดเลือดขาวทั้ง 4 ชนิดคือ

  1. Th1 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับสารก่อภูมิแพ้ และหนอนพยาธิได้ดีขึ้น
  2. Th2 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับสารก่อนภูมิแพ้และหนอนพยาธิได้ดีขึ้น
  3. Th17 กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายที่เหลือจากการจัดการของ Th1 และ Th12
  4. Treag ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ Th1, Th2 และ Th17 ให้อยูในระดับสมดุล จึงลดอาการแพ้ภูมิตัวเองและข้อมูลล่าสุด Treg ยังทำให้เฃื้อไวรัส HIV แบ่งตัวช้าลง

การมีภูมิคุ้มกันที่มากเกินไปเป็นผลเสีย

บางครั้งการมีภูมิคุ้มกันมากเกินไป ก็สามารถทำร้ายสุขภาพของเราได้ ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจในเรื่องการดูแลตนเองกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกายการดูแลเรื่องโภชนาการอาหารทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพขึ้นมาในตลาด และภูมิคุ้มกันก็เป็นสิ่งต้นที่คนมักนึกถึง

ทำอย่างไรภูมิคุ้มกันจึงจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดและไม่เกิดผลแทรกซ้อนจากความไม่พอดีของภูมิคุ้มกัน

คนไทยทำได้มา 10 ปีแล้ว! AIDS และมะเร็ง ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด

อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน

ได้รับยาต้านไวรัสมาหลายปีจะทำยังไงถึงจะเพิ่มปริมาณ CD4

ผมกินยาต้านไวรัสมาตั้งแต่ปีพ. 2553 ปัจจุบันมีค่า cd4 อยู่ที่ 311 ผมอยากเพิ่ม cd4 ในร่างกายต้องทำอย่างไรครับ?

แนะนำให้ทานยาต้านไวรัส HIV อย่างต่อเนื่องรวมทั้งรับประทานควบคู่ไปกับ LIV Capsule วันละ 6 เม็ด และพยายามนอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยพยายามรักษาสภาพจิตใจอย่าให้เกิดความเครียดสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณมี cd4 สูงขึ้นต่อเนื่อง

จากงานวิจัยของบริษัท APCO ทำให้พบว่าผู้ติดเชื้อที่รับประทาน LIV แคปซูล หรือ apco cap อย่างต่อเนื่องวันละ 4 เม็ดเป็นเวลา 60 วันสามารถเพิ่มระดับ cd4 ได้ อย่างมีนัยยะสำคัญ

ผู้ติดเชื้อที่มีค่า cd4 ต่ำมากหลังจากรับประทานเล็กแคปซูลวันละ 9 เม็ดเป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือน พบว่ามี cd4 มากขึ้น 32.45%

เคสตัวอย่างผู้ป่วย AIDS และมะเร็ง ผู้ป่วยเอดส์ที่ตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้ายที่ตับเมื่ออายุ 17 ปี ได้รับการรักษาด้วยการทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงที่ตับ ซึ่งจะทำให้เนื้อร้ายในตับเพิ่มจำนวนช้าลง และไม่ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ชั่วคราว

การใช้ APCO cap Liv capsule ตามคำแนะนำ ผลิตภัณฑ์งานวิจัย APCO cap ครั้งละ 3 แคปซูลก่อนอาหาร 3 มื้อ พบว่าค่า CD4 เพิ่มขึ้นจาก 205 cells/cu.mm เป็น 418 cells/cu.mm ค่า VL(จำนวนเชื้อไวรัส) ลดลงจาก 79,700 Copies/ml เป็น น้อยกว่า 20 copies/ml
ผลการตรวจเนื้อร้ายที่ตับทุก 3 เดือน เป็นเวลา 4 ปี พบว่า เซลล์เนื้อร้ายคงที่ ไม่ลุกลามไปมากกว่าเดิม รวมทั้งมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันนี้อายุ 21 ปีแล้ว

รู้สึกแย่ลงหลังจากทานยาต้านเชื้อไวรัส

ทำไมผมถึงพบอาการใหม่ๆที่ไม่เคยเจอและรู้สึกแย่ลงหลังจากที่ได้รับยาต้านเชื้อไวรัส HIV ครับ?

บางครั้งการกินยาชนิดใหม่หรือยาต้านเชื้อไวรัสอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง ผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัสในบางครั้งก็อาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยแต่บางครั้งอาจพบว่าร้ายแรงกับร่างกายและคุณภาพชีวิต ผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคลซึ่งมันเป็นการยากที่จะคาดเดาว่าแต่ละคนจะมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างบางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยปวดสะอาเจียนหรือท้องเสีย แต่บางคนอาจพบว่ามีอาการทางจิต เช่น ฝันร้ายหรือเกิดประสาทหลอน หลังจากได้รับยาต้านเชื้อไวรัส

สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัส HIV ควรจะต้องทำคือพยายามรักษาระดับ cd4 ให้อยู่ในเกณฑ์ที่สูงเพื่อร่างกายจะสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสฉวยโอกาสต่างๆ เราขอแนะนำให้คุณทาน งานวิจัย APCO CAP LIV แคปซูลคู่กับยาต้านเชื้อไวรัส ที่ได้รับมาจากโรงพยาบาล

ระหว่างที่รับยาต้านเชื้อไวรัสควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และนอนหลับให้เพียงพอทั้งนี้เราแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ที่ดูแลถ้าพบว่าอาการผลข้างเคียงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคุณมากเกินไป ควรพบแพทย์เป็นประจำเพื่อคอยตรวจระดับ cd4 และรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงให้แพทย์ทราบ

จากงานวิจัยของบริษัท APCO พบว่าปริมาณ CD4 ในระดับที่เหมาะสม มีผลกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรค AIDS มากกว่า การลด Viral load เพียงอย่างเดียว

เพิ่ม cd4

ยาต้านไวรัส HIV หรือ ARV คืออะไร

ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีค่า CD4 ต่ำกว่าเกณฑ์มากจะได้รับการจ่าย ยาต้านไวรัส HIV หรือ เรียกย่อว่า ARV (Antiretroviral drugs) โดยหลักการทำงานของยาต้านไวรัส คือ ARV จะทำการหยุดการเติบโตของไวรัสทำให้ไวรัสทำงานช้าลง ก่อนจะไปดูรายละเอียดของ ARV แต่ละประเภท เราต้องมาเข้าใจวงจรของ HIV ก่อน เพราะ ยาต้านไวรัส HIV แต่ละแบบออกแบบมาเพื่อต่อกรกับ HIV ในแต่ละช่วงอายุ

อ่านเรื่องเกี่ยวกับ CD4 คืออะไร

วงจรชีวิตของ HIV

1. Binding and entry
ในระยะนี้ เชื้อไวรัสจะจับกับ plasma membrane ของเซลล์โดยใช้ envelop glycoprotein จับกับ receptor ต่าง ๆ บนผิวเซลล์ เช่น CD4
2. Uncoating and reverse transcription
เมื่อ viral core เข้าไปอยู่ในเซลล์ ลำดับต่อมาจะเกิดการ uncoating คือ ปล่อยยีโนมและเอนไซม์ออกจาก core particle และเปลี่ยน RNA เป็น DNA โดยเอนไซม์ RT
3. Nuclear entry
DNA จะเข้าไปในนิวเคลียสโดยผ่านทาง nuclear membrane โดยที่ proviral DNA จะ from complex กับโปรตีนต่าง ๆ เป็น preintegration complex ซึ่งมีเอนไซม์ integrase อยู่ด้วย
4. Integration and transcription
เอนไซม์ integrase จะทำหน้าที่แทรก DNA ของไวรัสเข้าไปใน chromosome DNA ซึ่งมีตำแหน่งไม่แน่นอน ที่เราเรียกว่า provirus และอาจจะไม่แสดงอะไรออกมาเป็นปี ๆ จนกว่าจะมีสิ่งกระตุ้นจะเกิดการ transcription ของ proviral DNA โดยเอนไซม์ RNA polymerase II จาก host cell ไปเป็น viral RNA ซึ่งจะออกจากนิวเคลียสไปอยู่ใน cytoplasm
5. Translation, assembly and budding
ภายใน cytoplasm ของเซลล์ proviral RNA ทำหน้าที่ 2 อย่างคือ เป็นยีโนม RNA ของไวรัสตัวใหม่ หรือเป็น mRNA ซึ่งจะถูก translate ไปเป็นโปรตีนต่าง ๆ ของไวรัส จากนั้นโปรตีนและยีโนม RNA จะรวมตัวกันเป็นอนุภาคไวรัสตัวใหม่ออกจากเซลล์โดย budding และใช้ plasma membrane ของ host cell เป็นเปลือกหุ้ม จากนั้นไวรัสก็จะสามารถเข้าไปติดเชื้อเซลล์ตัวอื่น ๆ ใกล้เคียงได้

ยา ARV มีหลายขนานซึ่งใช้ในการต่อสู้กับ HIV ในแต่ละช่วงภายในวงจรของ HIV ที่กล่าวไปข้างต้น

HIV ทำให้เกิด AIDS ได้อย่างไร (HIV pathogenesis)

เอดส์ เป็นระยะสุดท้ายของ HIV infection เป็นระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกทำลายจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ ได้ (opportunistic infection) การดำเนินโรคของ HIV นับตั้งแต่เริ่มติดเชื้อใหม่ ๆ จะมีไวรัสมากในกระแสเลือด ต่อมาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทั้ง humoral immunity และ cellular immunity จะมีการทำลายไวรัสและทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อซึ่งเป็นการจำกัดขอบเขตและการลุกลามของโรคแต่พอถึงระยะหนึ่งจะมีการลดลงของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 (T helper cell)

การใช้ยาต้านไวรัส HIV ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าร่างกายแย่กว่าก่อนได้รับยาต้านไวรัส

อ่านเรื่องเกี่ยวกับ ผลข้างเคียงยาต้านไวรัส HIV

จากผลงานวิจัยของ APCO ทำให้พบกับทางเลือกใหม่ในการเพิ่ม CD4 ในกระแสเลือด

งานวิจัยเพิ่ม cd4

การใช้ยา ARV ในผู้ป่วยบางรายไม่ได้เพิ่มระดับ CD4 ให้สูงขึ้น แต่ทำหน้าที่เพียงแค่พยายามหยุดเซลที่ผิดปกติให้ทำงานช้าลง แต่จากงานวิจัย LIV Capsule ของ APCO cap ประสบความสำเร็จในการที่จะให้ร่างกายได้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสด้วยตัวเอง โดยการเพิ่ม cd4 ในร่างกาย ด้วยวิธีนี้คุณจะปลอดภัยกับการดื้อยาและกลายพันธุ์ของเชื้อ มาเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อให้ดีขึ้นด้วย Liv capsule กันเถอะ หรืออ่านข้อมูลเกี่ยวกับ งานวิจัย APCO CAP ได้เพิ่มเติม เพื่อแบ่งปันให้กับคนในสังคม